Ufabet Official

UFABET OFFICIAL SPORT NEWS ข่าวสารวงการกีฬา ที่น่าสนใจ

ความมันส์ระดับ 5 ดาว หงส์แดงบุกแบ่งแต้มสิงห์บลูส์

เชลซีเสมอ ลิเวอร์พูล 2-2 ในศึกพรีเมียร์ลีก

เชลซีเสมอลิเวอร์พูล
ซาดิโอ มาเน่ ยิงให้ทีมเยือนขึ้นนำก่อน 0-1

เสียหายไม่น้อยสำหรับสองทีมหัวตารางหลัง เชลซีเสมอลิเวอร์พูล โดยที่ทีมเยือนออกนำไปก่อนถึง 2 ประตูแต่มิวายโดน สิงห์บลูส์ ตามไล่ตีเจ๊า 2-2 โดยเป็น เชลซี รั้งรองฝูง มี 43 คะแนนตามหลัง แมนซิตี้ 10 แต้ม ส่วนทาง หงส์แดง ขยับเพิ่มเป็น 42 คะแนนยึดอันดับ 3 แต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือ เชลซี รองจ่าฝูง UFABET พาทีมเสมอไบรท์ตัน 1-1 แบบสุดเซ็งในเกมล่าสุด เพราะเสียประตูในช่วงทดเจ็บ แต่ก็ทำให้ไม่แพ้มา 5 เกมแล้ว ทางด้าน เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล อันดับ 3 พาทีมแพ้เลสเตอร์ 0-1 ในเกมล่าสุด เป็นการแพ้นัดแรกในรอบ 11 เกมรวมทุกรายการ     

เปิดฉากครึ่งแรก 7 นาที หงส์แดง หวิดงานเข้าจากความผิดพลาดของ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ สกัดบอลไปติดบล็อค ไค ฮาแวร์ตซ์ ย้อนเข้ากรอบ 6 หลาถึง คริสเตียน พูลิซิช แตะไม่ผ่าน ควีวิน เคลเลเฮอร์ ล้มตัวรวบเอาไว้ได้    

แต่แล้วนาทีที่ 9 ลิเวอร์พูล ทะยานออกนำ 1-0 จากจังหวะทางขวาของ ดิโอโก้ โชต้า ตักบอลเข้าเขตโทษติดหัว เทรโวห์ ชาโลบาห์ โขกสกัดพลาดกลายเป็นถวายพานให้ ซาดิโอ มาเน่ เก็บส้มหล่นล็อกหนี เอดูอาร์ เมนดี้ ได้ช่องตวัดด้วยซ้ายตุงตาข่าย

นาทีที่ 19 สิงห์บลูส์ ออกหมัดสวนบ้าง เมสัน เม้าน์ท ขยับมาเก็บบอลทางริมเส้นฝั่งขวาก่อนทิ้งยาวเข้าเขตโทษลึกมาเสาไกลถึง มาร์กอส อลอนโซ่ ตะบันด้วยซ้ายตามน้ำเหินข้ามคานออกไปไกล

ต่อมานาทีที่ 26 ลิเวอร์พูล หนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะประสานงานสุดสวยทางฝั่งขวา อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ตักบอลขึ้นมาถึง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แตะเข้าเขตโทษโยกหนี มาร์กอส อลอนโซ่ ก่อนซัดด้วยซ้ายยัดเสาแรกผ่าน เอดูอาร์ เมนดี้ เข้าไปอย่างเหนือชั้น

30 นาทีผ่าน เจ้าถิ่น ดวงเฮงจากจังหวะนอกเกมของ เมสัน เม้าน์ท ไปเจตนาเตะใส่ คอสตาส ซิมิคาส แต่ยังโชคดี แอนโธนี่ เทย์เลอร์ รอฟังสัญณาน วีเออาร์ หันมาผายมือให้เกมดำเนินต่อ

ท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 42 เจ้าถิ่น ไล่มาเป็น 1-2 จากลูกฟรีคิกริมกรอบเขตโทษฝั่งขวา มาร์กอส อลอนโซ่ เปิดลึกไปติดเซฟ ควีวิน เคลเลเฮอร์ ปัดย้อนมาหน้ากรอบ 18 หลาเข้าทาง มาเตโอ โควาซิช ถอยมา ฮาลฟ์วอลเลย์ ด้วยขวาบอลติดไซค์ก้อยพุ่งชนเสาไกลเหลี่ยมในเด้งเข้าประตูงามหยด

ในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 45+1 สิงห์บลูส์ ตามตีเสมอ 2-2 เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ดีดบอลหนีบล็อค อิบราฮิม่า โกนาเต้ ลอยเข้าเขตโทษถึง คริสเตียน พูลิซิช สอดมาพักอกได้ช่องซัดด้วยซ้ายผ่านมือ ควีวิน เคลเลเฮอร์ ไม่เหลือ

หมดครึ่งเวลาแรก เชลซี 2-2 ลิเวอร์พูล

50 นาทีผ่านคราวนี้ เจ้าถิ่น ออกหมัดก่อน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ พาบอลแหวกขึ้นมาแทงออกซ้ายถึง มาร์กอส อลอนโซ่ แตะเข้าเขตโทษดึงเข้าขวาหนี อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แต่ซัดข้ามคานออกไปไกล

นาทีต่อมา หงส์แดง หวิดได้เฮจากบอลกลางสนาม ฟาบินโญ่ วางบอลข้ามแนวรับ เชลซี มาตกใส่เท้า ดิโอโก้ โชต้า ขยับมาเก็บในเขตโทษก่อนตะบันด้วยซ้ายติดเซฟ เอดูอาร์ เมนดี้ ล้มตัวปัดออกหลังเหลือเชื่อ

นาทีที่ 57 ลิเวอร์พูล พลาดโอกาสทอง ดิโอโก้ โชต้า ขยับตามมาปั๊มบอล แทงบอล ต่อให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เกี่ยวกระชากขึ้นมาปั่นด้วยซ้ายเกือบเล่นงาน เอดูอาร์ เมนดี้ ที่ออกมาไกลแต่ต้องชมนายทวารชาว เซเนกัล ถอยไปตะปปทิ้งได้ทัน

จากจังหวะต่อเนื่องคราวนี้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ถอยมาเชื่อมบอลดีดชิ่งให้ ซาดิโอ มาเน่ ขยับมารับบอลโยกหนี ติอาโก้ ซิลวา หลุดเข้าเขตโทษก้มหน้าอัดด้วยขวายัดเสาแรกก็ยังไม่ผ่าน เอดูอาร์ เมนดี้ เหมือนเดิม

ต่อมานาทีที่ 62 เชลซี หวิดแซงนำจากจังหวะครอสทางซ้ายบอลย้อยเข้ากรอบ 6 หลามาถึง คริสเตียน พูลิซิช โฉบตัดหน้า คอสตาส ซิมิคาส ชาร์ด้วยซ้ายเกือบเสียบใต้คานติดเซฟ ควีวิน เคลเลเฮอร์ นิดเดียว

10 นาทีสุดท้าย สิงห์บลูส์ มาได้ลุ้นเพิ่มจากฟรีคิกของ เมสัน เม้าน์ท และ มาร์กอส อลอนโซ่ แต่ก็ยังไม่ดีพอผ่านเซฟ ควีวิน เคลเลเฮอร์ ยืนตำแหน่งดีรับเอาไว้ได้หมด

เชลซีเสมอลิเวอร์พูล
คริสเตียน พูลิซิซ ยิงให้เจ้าบ้านไล่มาเป็น 2-2

จบเกม เชลซีเสมอลิเวอร์พูล 2-2 เชลซี รั้งรองฝูง มี 43 คะแนนตามหลัง แมนซิตี้ 10 แต้ม

ส่วนทาง หงส์แดง ขยับเพิ่มเป็น 42 คะแนนยึดอันดับ 3 แต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด

รายชื่อนักเตะ

เชลซี (3-4-2-1) : เอดูอาร์ เมนดี้, เทรโวห์ ชาโลบาห์ (จอร์จินโญ่ น.70), ติอาโก้ ซิลวา, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า – เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาเตโอ โควาซิช, มาร์กอส อลอนโซ่ – เมสัน เม้าน์ท, ไค ฮาแวร์ตซ์ (คัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย น.79) – คริสเตียน พูลิซิช

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : ควีวิน เคลเลเฮอร์, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, อิบราฮิม่า โกนาเต้, คอสตาส ซิมิคาส – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, เจมส์ มิลเนอร์ (นาบี เกอิต้า น.69) – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ดิโอโก้ โชต้า (อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน น.69), ซาดิโอ มาเน่ (เคอร์ติส โจนส์ น.90)

ช้างศึกเถลิงแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ สมัยที่ 6
เรือใบคว้าชัย 11 นัด บุกอัดปืนใหญ่ 10 คน
ขุนค้อนยังแกร่ง บุกทุบปราสาทเรือนแก้ว พร้อมยึดอันดับ 5

Last Update : 3 มกราคม 2022 (ข้อมูลล่าสุดปี 2022) VIEWS : 440 views